ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายแนวรบกำลังผลักดันให้นักลงทุนหันกลับมาพึ่งพาทองคำ หลังเหตุการณ์เครื่องบินขับไล่จีนใช้เรดาร์ควบคุมการยิงกับเครื่องบิน F-15 ของญี่ปุ่นบริเวณน่านน้ำสากลใกล้โอกินาวา ขณะที่ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนยังคงไร้ทีท่าคลี่คลาย เพิ่มความกังวลให้กับตลาดโลก
ภาพรวมตลาด
ความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกกำลังทวีความรุนแรง โดยเฉพาะการเผชิญหน้าระหว่างจีนและญี่ปุ่นในบริเวณทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่อาจบานปลายเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่ในภูมิภาค ขณะเดียวกัน สงครามยูเครนที่ยืดเยื้อโดยไม่มีความคืบหน้าในเจรจาสันติภาพ ยังคงสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
World Gold Council ชี้ว่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้นเป็นหนึ่งในปัจจัยโครงสร้างสำคัญที่หนุนทองคำในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่เหตุการณ์ช็อกและความผันผวนเกิดขึ้นถี่กว่าที่เคย สิ่งที่น่าสนใจคือพฤติกรรมของธนาคารกลางทั่วโลกที่เร่งซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเหตุการณ์การอายัดสินทรัพย์สำรองของรัสเซีย สะท้อนถึงความกังวลว่าสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์อาจมีความเสี่ยงทางการเมืองที่ไม่คาดคิด
ความหมายต่อราคาทอง
เมื่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์พุ่งสูงขึ้น ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยย่อมได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ทั้งจากนักลงทุนสถาบันที่ต้องการป้องกันความเสี่ยง และธนาคารกลางที่มองหาสินทรัพย์สำรองที่ไม่ผูกติดกับความเสี่ยงทางการเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่ง การซื้อทองคำจากกลุ่มนี้มักมีลักษณะเป็นการลงทุนระยะยาว ช่วยรองรับราคาทองคำให้แข็งแกร่งขึ้นในระยะกลางถึงยาว
แล้วอะไรต่อ?
ตลาดจับตาว่าความตึงเครียดระหว่างจีนและญี่ปุ่นจะบานปลายหรือไม่ และเจรจาสันติภาพยูเครนจะมีความคืบหน้าอย่างไร หากสถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน หรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้ความกังวลเพิ่มขึ้น อุปสงค์ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยก็มีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งต่อไป
สำหรับนักลงทุน
ในยุคที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กระจายตัวไปทั่วโลก การถือครองทองคำเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนอาจช่วยลดความผันผวนในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดัน ติดตามพัฒนาการความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ และพฤติกรรมการซื้อทองคำของธนาคารกลางเป็นสัญญาณสำคัญ

