ทองคำที่ทำสถิติราคาสูงสุดตลอดกาลมากกว่า 50 ครั้งในปี 2025 และพุ่งขึ้นกว่า 60% จนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน มีแนวโน้มสานต่อโมเมนตัมขาขึ้นในปี 2026 โดย World Gold Council และสถาบันการเงินชั้นนำอย่าง Goldman Sachs มองเป้าหมายระยะยาวที่ระดับ $4,500-5,000 ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความผันผวนสูงในตลาดการเงินโลก
ภาพรวมตลาด
ผลตอบแทนของทองคำในปี 2025 ถือเป็นอันดับ 4 ที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 1971 สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนทั่วโลก โดยข้อมูลชี้ว่า 70% ของนักลงทุนสถาบันทั่วโลกยังมองแนวโน้มขาขึ้น แม้ราคาปัจจุบันจะอยู่ในระดับสูง แต่ยังมีพื้นที่เติบโตต่อได้จากแรงซื้อด้านการลงทุนที่ยังไม่เต็มศักยภาพ
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
World Gold Council ระบุว่ามีปัจจัยหลัก 5 ประการที่หนุนราคาทองคำในระยะยาว ได้แก่ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารกลางหลายแห่ง ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงรุนแรง ความอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และที่สำคัญคือ การซื้อทองคำสำรองของธนาคารกลางที่ยังคงต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้สร้างฐานรองรับที่แข็งแกร่งให้กับราคาทองคำในระยะข้างหน้า
ความหมายต่อราคาทอง
แม้ราคาทองคำอาจเคลื่อนไหวในกรอบแคบในระยะสั้น เนื่องจากตลาดได้สะท้อนภาวะเศรษฐกิจมหภาคส่วนใหญ่ไปแล้ว แต่โมเมนตัมระยะกลางถึงยาวยังคงเป็นบวก ด้วยความไม่แน่นอนทางภูมิเศรษฐกิจที่ยากต่อการคาดการณ์ ทำให้ทองคำยังคงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงด้านลบของพอร์ตการลงทุน
แล้วอะไรต่อ?
ตลาดจะจับตาการเคลื่อนไหวของนโยบายการเงินจากธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) รวมถึงพัฒนาการด้านความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดจังหวะการปรับตัวของราคาทองคำในปี 2026
สำหรับนักลงทุน
World Gold Council แนะนำให้รักษาการถือครองทองคำบางส่วนในพอร์ตการลงทุน เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เหตุการณ์ช็อกและความผันผวนเกิดขึ้นบ่อยขึ้น ทองคำช่วยกระจายความเสี่ยงและป้องกันความเสี่ยงด้านลบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกยังคงสูง

