ตลาดทองคำทั่วโลกอยู่ในช่วงพักตัว ขณะนักลงทุนรอจังหวะจากการประชุม Federal Reserve ครั้งสุดท้ายของปีนี้ ที่กำหนดจัดในวันที่ 9-10 ธันวาคม ท่ามกลางความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐจะลดอัตราดอกเบี้ยอีก 25 จุดฐาน ซึ่งจะเป็นการลดครั้งที่ 3 ติดต่อกันในปีนี้
ภาพรวมตลาด
ราคาทองคำโลกซื้อขายในกรอบแคบระหว่าง 4,200-4,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนการขาดทิศทางชัดเจนก่อนเหตุการณ์สำคัญ ขณะที่ตลาดทองไทยเปิดซื้อขายคงที่บริเวณ 63,400-63,500 บาทสำหรับทองแท่ง และ 64,300 บาทสำหรับทองรูปพรรณ ตามภาวะตลาดโลก
เครื่องมือวัดความคาดหวังของตลาดอย่าง CME FedWatch Tool ชี้ว่ามีโอกาส 86-90% ที่ Fed จะลดดอกเบี้ย โดยได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ส่งสัญญาณชะลอตัวหลายด้าน ทั้งการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เติบโตจำกัด และตลาดแรงงานที่ส่งสัญญาณผสม แม้จำนวนคนขอรับสวัสดิการว่างงานอยู่ในระดับต่ำสุดรอบ 3 ปี แต่ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนกลับหดตัวมากที่สุดในรอบ 2.5 ปี
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญสูงสุดอย่าง PCE Deflator ยังคงอยู่ต่ำกว่า 3% พร้อมการขึ้นราคาที่ปานกลางในเดือนกันยายน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ Fed หลายคนออกมาแสดงท่าทีที่เอื้อต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความกังวลให้ตลาดคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง โดยพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นไปแตะ 4.139% (+12.2 จุดฐานในสัปดาห์) และพันธบัตรอายุ 30 ปีที่ระดับ 4.794% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 8 เดือน สะท้อนว่าตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า Fed อาจให้สัญญาณแนวทางดอกเบี้ยปี 2025-2026 ที่เข้มงวดกว่าที่คิด
ความหมายต่อราคาทอง
นักลงทุนไม่ได้จับตาเพียงการตัดสินใจลดดอกเบี้ยในครั้งนี้เท่านั้น แต่รวมถึง dot plot หรือแผนภูมิจุดที่แสดงการคาดการณ์ดอกเบี้ยของคณะกรรมการ Fed และถ้อยแถลงของประธาน Jerome Powell ที่จะชี้ทิศทางนโยบายในปีหน้าด้วย หาก Fed ส่งสัญญาณว่ายังพร้อมผ่อนคลายนโยบายต่อเนื่อง ราคาทองคำอาจได้แรงหนุนทดสอบระดับ 4,300-4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากออกมาในทิศทางเข้มงวดกว่าที่คาด อาจกดดันให้ราคาปรับลงสู่ระดับ 4,150-4,175 ดอลลาร์
แล้วอะไรต่อ?
การประชุม Fed ในสัปดาห์นี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางทองคำในช่วงปลายปี ตลาดจะติดตามอย่างใกล้ชิดไม่เพียงการตัดสินใจครั้งนี้ แต่รวมถึงแนวทางที่จะส่งผลต่อราคาทองคำตลอดปี 2025 ด้วย
สำหรับนักลงทุน
ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของการรอคอย ราคาทองคำอาจยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะได้ยินจาก Fed ว่าจะมีแผนอย่างไรสำหรับปีหน้า หากต้องการเข้าซื้อ ควรรอให้เห็นภาพชัดเจนจากการประชุมก่อน เพราะความผันผวนอาจเกิดขึ้นได้หลังประกาศผล
