กลับไปหน้าข่าวสาร

ทองคำทะลุแนวต้านสำคัญหลัง Fed ลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ติดต่อกัน

13 ธันวาคม 2568
ลุงดูทอง
10 views

ราคาทองคำพุ่งแรงในวันที่ 11 ธันวาคม หลังธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจลดอกเบี้ย 0.25% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน โดยทองคำ Spot ปรับตัวขึ้น 1.2% แตะระดับ 2,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำสูงสุดนับตั้งแต่ปลายตุลาคม ขณะที่ทองคำ Futures กุมภาพันธ์ปิดที่ 2,713 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 2.1% ราคาทะลุแนวต้านทางเทคนิคที่ตลาดจับตามานานพร้อมโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง

ภาพรวมตลาด

การลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ส่งสัญญาณว่า Fed ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเศรษฐกิจมากกว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ แม้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ก็ตาม ดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์ ทำให้ทองคำดูน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกัน ตลาดโลหะมีค่าทั้งระบบได้แรงหนุนจากราคาเงินที่พุ่งขึ้นเกือบ 4% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 32.15 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สร้างแรงหนุนให้กับทองคำไปด้วย

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

การลดดอกเบี้ยทำให้ต้นทุนการถือทองคำลดลง ในขณะที่ความคาดหวังเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำโดยตรง นอกจากนี้ อินเดียได้อนุญาตให้กองทุนบำนาญลงทุนใน Gold ETF ซึ่งเพิ่มแรงซื้อเชิงโครงสร้างในระยะยาว น่าสนใจที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำระดับสูงสุดในวันเดียวกัน แสดงว่าสภาพคล่องไหลเข้าสินทรัพย์หลายประเภทพร้อมกัน โดยตลาดไม่ได้อยู่ในโหมดหลบภัย

ความหมายต่อราคาทอง

การทะลุแนวต้านทางเทคนิคในครั้งนี้เปิดโอกาสให้ราคาทองคำทดสอบระดับที่สูงขึ้น หากราคายืนเหนือระดับ 2,680-2,713 ดอลลาร์ได้ อาจมีโอกาสวิ่งต่อไปทดสอบระดับ 2,720 ดอลลาร์ขึ้นไป ตัวชี้วัดทางเทคนิค RSI อยู่ที่ระดับ 65 ซึ่งยังไม่เข้าสู่โซนซื้อมากเกินไป ขณะที่ MACD ตัดขึ้นบ่งชี้แรงซื้อที่เพิ่มขึ้น แนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 2,650-2,680 ดอลลาร์

แล้วอะไรต่อ?

ตลาดเดิมพันว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีหน้า แม้ทาง Fed จะส่งสัญญาณเพียงครั้งเดียว สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อทิศทางนโยบายที่ผ่อนคลาย ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ที่จะเปิดเผยในวันที่ 16 ธันวาคมจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถัดไป หากตัวเลขออกมาอ่อนแอ อาจเสริมแรงให้ทองคำวิ่งต่อได้

สำหรับนักลงทุน

ทองคำกำลังได้แรงหนุนจากทั้งปัจจัยเชิงนโยบายและโครงสร้างทางเทคนิค การทะลุแนวต้านครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นในระยะกลาง ควรจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางของดอลลาร์ต่อไป