ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดรับฟังความเห็นต่อร่างกฎหมายที่จะให้ผู้ค้าทองรายใหญ่และแพลตฟอร์มออนไลน์รายงานข้อมูลการซื้อขายทองคำ หลังพบว่าธุรกรรมทองปริมาณสูงส่งผลต่อความผันผวนของเงินบาท แต่ยังขาดข้อมูลที่สมบูรณ์ในการติดตาม
ภาพรวมมาตรการ
ธปท. เสนอให้ผู้ประกอบการที่มีมูลค่าซื้อขายทองคำเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังตั้งแต่ 10,000 ล้านบาทต่อปีต้องรายงานธุรกรรมต่อธนาคารกลาง ทั้งกรณีซื้อขายผ่านหน้าร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์ นายกสมาคมค้าทองคำยอมรับว่ามีผู้ประกอบการหลายรายที่เข้าเกณฑ์นี้
ปัญหาที่ ธปท. ต้องการแก้
เมื่อร้านทองซื้อขายทองคำกับต่างประเทศ พวกเขาต้องทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราด้วย ซึ่งส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนบาทโดยตรง ปัจจุบัน ธปท. ขาดข้อมูลส่วนที่ร้านทองทำธุรกรรมผ่านตลาดต่างประเทศ บริษัทในเครือนอกประเทศ หรือแม้แต่สกุลเงินดิจิทัล ทำให้ติดตามผลกระทบต่อค่าเงินได้ไม่ทั่วถึง
ความหมายต่อตลาดทอง
มาตรการนี้ไม่ได้กระทบราคาทองคำโดยตรง แต่จะเพิ่มภาระการรายงานให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งอาจสะท้อนเป็นต้นทุนที่สูงขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้เป็นสัญญาณว่า ธปท. จับตาความเชื่อมโยงระหว่างตลาดทองกับเสถียรภาพเงินบาทอย่างจริงจัง
แล้วอะไรต่อ?
หากร่างกฎหมายผ่าน ผู้ประกอบการรายใหญ่จะต้องปรับระบบรายงานให้พร้อม และ ธปท. จะมีข้อมูลที่ครบถ้วนกว่าเดิมในการบริหารนโยบายค่าเงิน ในระยะยาว ตลาดทองในประเทศอาจโปร่งใสและเสถียรมากขึ้น
สำหรับนักลงทุน
มาตรการนี้ไม่ใช่การควบคุมราคาทอง แต่เป็นการเพิ่มกลไกติดตามเพื่อดูแลค่าเงิน ผู้ซื้อขายทองทั่วไปไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ควรจับตาว่าความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นจะช่วยสร้างความมั่นใจในตลาดระยะยาวหรือไม่
