กลับไปหน้าข่าวสาร

ทองคำติดกรอบรอจังหวะใหม่ ตลาดจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสัปดาห์นี้

ลุงดูทอง
5 views

ราคาทองคำโลกเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 4,250-4,380 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 4,385 ดอลลาร์หลายครั้งแต่ไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้อย่างยั่งยืน ในตลาดไทย ราคาเคลื่อนไหวสะเทือนระหว่าง 63,900-65,300 บาท พร้อมการปรับราคาถี่ถึง 9-18 ครั้งต่อวัน สะท้อนความไม่แน่นอนของตลาดที่รอคอยปัจจัยใหม่

ภาพรวมตลาด

ทองคำอยู่ในช่วงพักตัวหลังจากพุ่งขึ้นมาแรงตลอดปี โดยยังคงทำผลตอบแทนสะสมไว้ได้ถึง 60-65% ในปีนี้ แม้ราคาจะวนเวียนอยู่ในกรอบเดิม แต่โมเมนตัมระยะยาวยังแข็งแกร่ง เพียงแต่ตลาดกำลังชั่งน้ำหนักปัจจัยต่างๆ ก่อนตัดสินใจเดินหน้าต่อ

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ตลาดกำลังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะ รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ที่จะชี้ภาพตลาดแรงงานสหรัฐ รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อจากรายงาน CPI และ PCE ที่จะส่งสัญญาณว่าเฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ยอย่างไรต่อไป นอกจากนี้ยังมีการประชุมธนาคารกลางหลักหลายแห่งในสัปดาห์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ECB, BOJ, BOE และธนาคารแห่งประเทศไทย

ด้านเทคนิค ราคาถูกปฏิเสธซ้ำๆ ที่บริเวณ 4,350-4,380 ดอลลาร์ และปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 21 วัน ทำให้แนวโน้มระยะสั้นเปลี่ยนเป็นกลางถึงค่อนข้างลบ แต่ยังคงอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันที่ 4,210 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดพยุงสำคัญที่บ่งบอกว่าแนวโน้มใหญ่ยังขาขึ้นอยู่

ความหมายต่อราคาทอง

การเคลื่อนไหวแบบ sideways นี้เป็นเรื่องปกติสำหรับทองคำหลังจากขึ้นมาแรงในช่วงที่ผ่านมา ตลาดต้องการข้อมูลใหม่เพื่อหาทิศทางต่อไป หากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาชี้ว่าเงินเฟ้อยังสูง หรือการจ้างงานแข็งแกร่งเกินไป อาจทำให้เฟดชะลอการลดดอกเบี้ย ซึ่งจะกดดันทองคำในระยะสั้น แต่หากข้อมูลออกมาอ่อนแอ อาจเป็นแรงผลักให้ทองคำทะลุขึ้นทดสอบจุดสูงสุดใหม่

แล้วอะไรต่อ?

ตลาดจับตาว่าราคาจะสามารถทะลุกรอบ 4,380 ดอลลาร์ขึ้นไปได้หรือไม่ ซึ่งจะเปิดทางไปทดสอบจุดสูงสุดใหม่ แต่หากหลุดลงมาต่ำกว่า 4,200-4,210 ดอลลาร์ อาจเข้าสู่การปรับฐานลึกขึ้น ความผันผวนรายวันอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ การเทรดในช่วงนี้จึงต้องระมัดระวังและดูกรอบราคาให้ชัดเจน

สำหรับนักลงทุน

ในระดับราคาปัจจุบัน ความเสี่ยงจากการเก็งกำไรระยะสั้นค่อนข้างสูง นักวิเคราะห์แนะนำให้มองทองคำเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงและรักษามูลค่าพอร์ตมากกว่าหวังผลตอบแทนเร็ว การกำหนดกรอบเวลาและสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมเป็นกุญแจในการบริหารความเสี่ยง