กลับไปหน้าข่าวสาร

ทองคำกลับสู่โหมด Safe Haven เต็มตัว ท่ามกลางความตึงเครียดจากเวเนซุเอลา-รัสเซีย และสงครามเทคโนโลยี

ลุงดูทอง
4 views

ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดทองคำอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีทรัมป์สั่งปิดล้อมเรือน้ำมันจากเวเนซุเอลา กระตุ้นให้เวเนซุเอลาส่งกองทัพเรือออกคุ้มกัน ขณะเดียวกันการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนก็ยังไร้ความคืบหน้า และจีนประกาศความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีชิปขั้นสูง สร้างแรงกดดันให้นักลงทุนหันหน้าเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย ราคาทองคำพุ่งขึ้น 1% ในขณะที่หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐร่วงหนัก

ภาพรวมตลาด

ตลาดทองคำกลับเข้าสู่โหมดหลบภัยอย่างชัดเจน หลังความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจในหลายแนวรบทวีความรุนแรงพร้อมกัน คำสั่งปิดล้อมเรือน้ำมันเวเนซุเอลาของสหรัฐไม่เพียงกระตุ้นให้ราคาน้ำมันพุ่ง 1.7% แต่ยังสร้างความกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงานโลก ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐตอบสนองด้วยการปรับตัวลง โดย Nasdaq ร่วง 1.3% และ S&P 500 ลดลง 0.9% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนที่หันไปสะสมทองคำและโลหะมีค่าแทน

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ความตึงเครียดที่เวเนซุเอลาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องเผชิญ ในแนวรบยุโรปตะวันออก การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงติดขัด ประธานาธิบดี Putin ยังคงท่าทีแข็งกร้าว ขณะที่สหรัฐเตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมในภาคพลังงานเพื่อกดดันให้มอสโกเข้าสู่กระบวนการสันติภาพ

นอกจากนี้ ความขัดแย้งเชิงเทคโนโลยีระหว่างมหาอำนาจก็เพิ่มมิติใหม่ให้กับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การที่จีนประกาศความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องพิมพ์ชิป EUV ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สหรัฐพยายามกีดกัน สร้างความกังวลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลกและอาจนำไปสู่การแข่งขันทางเทคโนโลยีที่รุนแรงขึ้น ประกอบกับรายงานการลักลอบค้าทองคำจากซูดานเพื่อหาเงินทุนสนับสนุนสงครามกลางเมือง ยิ่งเตือนให้เห็นถึงบทบาทของทองคำในพื้นที่ความขัดแย้งและความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน

ความหมายต่อราคาทอง

เมื่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นประเด็นหลัก นักลงทุนย้ายเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่ทองคำอย่างชัดเจน การที่ราคาทองพุ่งขึ้น 1% และเงินพุ่งเกือบ 6% ในเซสชันเดียว สะท้อนถึง อุปสงค์หลบภัยที่แข็งแกร่ง ซึ่งต่างจากช่วงที่ผ่านมาที่ตลาดให้ความสำคัญกับนโยบายการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางราคา

แล้วอะไรต่อ?

ตลาดจะจับตาพัฒนาการของความตึงเครียดในหลายแนวรบ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่เวเนซุเอลาว่าจะบานปลายหรือไม่ และการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครนจะมีความคืบหน้าหรือกลับกลายเป็นความขัดแย้งที่ยืดเยื้อต่อไป นอกจากนี้ ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีนในมิติเทคโนโลยีก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจสร้างแรงหนุนให้ทองคำในระยะกลาง หากสถานการณ์ยังคงตึงเครียด อุปสงค์ทองคำในฐานะสินทรัพย์หลบภัยน่าจะยังแข็งแกร่งต่อไป

สำหรับนักลงทุน

ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นตัวแปรหลักอีกครั้ง สถานการณ์ที่เวเนซุเอลา รัสเซีย-ยูเครน และสงครามเทคโนโลยีสหรัฐ-จีน ล้วนเป็นปัจจัยที่สนับสนุนบทบาททองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ควรติดตามพัฒนาการของความตึงเครียดเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจสร้างโมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้นถึงกลาง