ราคาทองคำโลกปรับตัวลงมาซื้อขายที่ระดับ 2,635 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังทดสอบจุดสูงสุดรอบ 2 เดือนที่ 2,674 ดอลลาร์ ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 2,681 ดอลลาร์ โดยนักลงทุนเลือกทำกำไรบางส่วนท่ามกลางความไม่แน่นอนของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ
ข้อมูลเงินเฟ้อแข็งแกร่ง แต่ตลาดยังระแวง
ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือนพฤศจิกายนชะลอลงสู่ระดับ 2.6% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2021 ตามปกติแล้วข้อมูลดังกล่าวควรหนุนราคาทองคำขึ้น เพราะสะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ลดลง แต่ตลาดกลับตอบรับด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากการปิดรัฐบาลสหรัฐที่ยาวนาน 43 วันอาจทำให้ความน่าเชื่อถือของตัวเลขถูกตั้งคำถาม
ขณะเดียวกัน ข้อมูลการขอรับสิทธิประกันการว่างงานที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด (224,000 คน ต่ำกว่าที่คาดการณ์) ทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดดอกเบี้ยในเดือนมกราคมยังคงอยู่ที่ระดับ 24% เท่าเดิม อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคาดว่าตลอดทั้งปีจะมีการปรับลดดอกเบี้ยสะสม 60 bps โดยครั้งแรกน่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน
ปัจจัยหนุนระยะกลางยังแข็งแกร่ง
แม้ราคาจะปรับตัวลง แต่ปัจจัยพื้นฐานที่หนุนทองคำยังคงอยู่ ค่าเงินดอลลาร์ซึ่งมีความสัมพันธ์ผกผันกับราคาทองยังอยู่ในระดับอ่อนแอ (DXY ที่ 98.43) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีลดลง 3 bps มาอยู่ที่ 4.12% และอัตราผลตอบแทนที่ปรับด้วยเงินเฟ้อ (real yield) ร่วง 4 bps ที่ 1.88% ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อทองคำ
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญ แม้ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐและรัสเซียจะกลับมาอีกครั้ง ส่วนข้อมูลจากสวิสเซอร์แลนด์แสดงว่าการส่งออกทองคำกายภาพไปยังอินเดียร่วงลง 15% เหลือเพียง 2 ตัน สะท้อนว่าราคาที่สูงเริ่มกดดันอุปสงค์ในตลาดใหญ่แห่งหนึ่ง
ภาพเทคนิคชี้ความผันผวนยังไม่จบ
จากมุมมองทางเทคนิค แนวโน้มขาขึ้นกำลังชะลอตัว โดยดัชนีความแข็งแกร่ง (RSI) ถอยจากโซนซื้อมากเกินไป แนวต้านทันทีอยู่ที่ 2,650 ดอลลาร์ และจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 2,681 ดอลลาร์ หากปิดต่ำกว่า 2,650 ดอลลาร์ในกรอบรายวัน แนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 2,600 และ 2,585 ดอลลาร์
แล้วอะไรต่อ?
สายตานักลงทุนกำลังจับจ้องข้อมูลค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งเป็นเกจวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญสูงสุด รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกน ความผันผวนคาดว่าจะยังคงอยู่จนกว่าจะได้ความชัดเจนจากการประชุม Fed ในวันที่ 28 มกราคม
สำหรับนักลงทุน
ทองคำอาจซื้อขายในกรอบ 2,585–2,681 ดอลลาร์ในระยะสั้น แต่แนวโน้มระยะกลางยังคงได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนแอ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย ควรติดตามข้อมูล Core PCE และการประชุม Fed ในมกราคมอย่างใกล้ชิด
