ทองคำกำลังกลับมาเป็นศูนย์กลางของการป้องกันความเสี่ยง หลังจากที่นักลงทุนจากหลายกลุ่มทั่วโลกเริ่มเพิ่มการถือครองอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีจีน บริษัทสกุลเงินดิจิทัล หรือสถาบันการลงทุนขนาดใหญ่ สะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์ที่มั่นคงท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก
ภาพรวมตลาด
ทองคำพุ่งขึ้นเกือบ 60% ในรอบปีที่ผ่านมา แตะระดับใกล้ 4,400 เหรียญต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนตุลาคม ขณะที่กองทุนโลหะมีค่าบางกองให้ผลตอบแทนสูงถึง 157% การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มาจากการเก็งกำไรระยะสั้น แต่มาจากการปรับพอร์ตของนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความกังวลต่อเสถียรภาพของสกุลเงินและเศรษฐกิจโลก
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
การเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมาจากหลายกลุ่ม นักลงทุนเศรษฐีจีน 42% เลือกทองคำเป็นเครื่องมือรักษามูลค่าทรัพย์สินอันดับสอง รองจากประกันภัย ท่ามกลางแผนกระจายเงินลงทุนออกนอกประเทศ สะท้อนความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศและผลตอบแทนที่ต่ำลง อีกด้านหนึ่ง Tether ผู้ออกสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่ ซื้อทองคำเพิ่ม 26 ตันในไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 มากกว่าธนาคารกลางใดๆ และถือรวมแล้ว 116 ตัน คิดเป็น 2% ของอุปสงค์ทองคำทั้งหมดในไตรมาสนั้น ขณะที่สถาบันการลงทุนอย่าง Kingstone Capital สร้างสถานะใหม่ในกองทุนทองคำและเงินมูลค่า 114.7 ล้านเหรียญ
ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญ โดยเพิ่มการถือครองทองคำสุทธิ 220 ตันในไตรมาสที่ 3 สูงขึ้น 28% จากไตรมาสก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าการสะสมทองคำไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการเคลื่อนไหวเชิงโครงสร้างที่มีความต่อเนื่อง
ความหมายต่อราคาทอง
ทองคำมีคุณสมบัติที่นักลงทุนมองหาในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าที่มั่นคง มีสภาพคล่องในการขาย และที่สำคัญคือ ไม่มีความเสี่ยงที่มูลค่าจะเป็นศูนย์เหมือนหุ้น ทำให้กลายเป็นตัวเลือกแรกสำหรับการถ่ายทอดทรัพย์สินข้ามรุ่น ความต้องการจากนักลงทุนหลากหลายกลุ่มนี้ช่วยสร้างแรงหนุนพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แม้ว่าในระยะสั้นตลาดอาจเผชิญแรงขายทำกำไรหลังจากที่ราคาปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
แล้วอะไรต่อ?
ตลาดกำลังอยู่ในโหมดรอคอย โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะให้สัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ย ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลงเพิ่มโอกาสให้เฟดลดดอกเบี้ย ซึ่งหากเป็นจริงจะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ แต่นักลงทุนยังขาดความมั่นใจที่จะเข้าซื้อเพิ่มจนกว่าจะเห็นภาพชัดเจนจากธนาคารกลาง
สำหรับนักลงทุน
ทองคำกำลังกลับมาทำหน้าที่หลักในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่แค่เรื่องของการเก็งกำไร การเคลื่อนไหวของธนาคารกลางและนักลงทุนสถาบันสะท้อนความเชื่อมั่นในระยะยาว แต่ระยะสั้นควรจับตาสัญญาณจากเฟด เพราะนั่นจะเป็นตัวกำหนดทิศทางในช่วงที่เหลือของปี

