ราคาทองคำกำลังเคลื่อนไหวในจังหวะรอคอย หลังทะลุระดับเทคนิคสำคัญในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถพุ่งต่อเนื่องได้ ตอนนี้ตลาดกำลังจับตาที่ระดับ 2,652 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นจุดปิดสำคัญจากเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หากทองทะลุระดับนี้ได้ จะเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มขาขึ้นยังแข็งแกร่ง แต่ถ้าไม่ผ่าน อาจต้องเตรียมรับมือการปรับฐาน
ภาพรวมตลาด
ทองคำปัจจุบันอยู่ในช่วงพักตัวใกล้จุดสูงสุดตลอดกาล ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยนักวิเคราะห์เทคนิคมองว่าการปิดราคาเหนือ 2,652 ดอลลาร์จะเป็นการยืนยันว่าทองพร้อมพุ่งต่อ โดยเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 2,682 ดอลลาร์ และอาจไปถึง 2,753 ดอลลาร์ได้ในระยะถัดไป
ในทางกลับกัน หากราคาร่วงต่ำกว่า 2,572 ดอลลาร์ จะบ่งชี้ว่าการพุ่งขึ้นครั้งล่าสุดอาจเป็นสัญญาณหลอก และอาจดึงราคากลับมาทดสอบแนวรับที่ 2,502 ดอลลาร์หรือต่ำกว่านั้น
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ตลาดจับตาในตอนนี้คือความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกำลังอ่อนค่าลง ส่วนหนึ่งมาจากดัชนี DXY ที่พังทลาย ทำให้ทองคำซึ่งเคลื่อนไหวผกผันกับดอลลาร์ได้แรงหนุน
นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังจะประกาศในสัปดาห์นี้ ไม่ว่าจะเป็นรายงานการจ้างงานภาคเอกชน ข้อมูลเงินเฟ้อ และตัวเลขจ้างงาน NFP ที่เลื่อนมาวันที่ 16 ธันวาคม ล้วนมีผลต่อทิศทางนโยบายของ Fed และค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาทองโดยตรง
ความหมายต่อราคาทอง
การทะลุหรือไม่ทะลุระดับ 2,652 ดอลลาร์จะเป็นตัวตัดสินว่าทองจะพุ่งต่อหรือพักตัว หากทะลุได้ ตลาดจะมองว่าแนวโน้มขาขึ้นยังแข็งแกร่ง แต่ถ้าไม่ผ่าน นักลงทุนอาจเริ่มขายทำกำไรและรอดูข้อมูลเศรษฐกิจก่อนตัดสินใจใหม่
แล้วอะไรต่อ?
ในระยะสั้น ทองคำอาจมีความผันผวนสูงขึ้นจากการรอข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ หากดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง ทองจะได้แรงหนุน แต่ถ้าข้อมูลออกมาแข็งแกร่งเกินคาด อาจทำให้ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ย ซึ่งจะกดดันราคาทอง
สำหรับนักลงทุน
ระดับ 2,652 ดอลลาร์คือจุดสำคัญที่ควรจับตา หากทะลุขึ้นไปได้ แนวโน้มขาขึ้นจะชัดเจน แต่ถ้าไม่ผ่าน ควรเตรียมตัวรับมือการปรับฐานลงมาที่ 2,572-2,502 ดอลลาร์ ในช่วงนี้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและทิศทางดอลลาร์จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง

