ตลาดโลหะมีค่าเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อนักลงทุนทั่วโลกหันมาถือครองสินทรัพย์จับต้องได้มากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของระบบการเงินแบบเดิม ราคาเงินพุ่ง 70% นับตั้งแต่ต้นปี แตะระดับสูงสุดประวัติการณ์ที่ 51 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลตินัมปรับตัวขึ้น 80% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีที่ 1,620 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แซงหน้าทองคำที่ขึ้น 52% ทะลุ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ภาพรวมตลาด
Goldman Sachs ปรับเป้าหมายราคาทองคำสิ้นปี 2026 ขึ้นเป็น 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากเดิม 4,300 ดอลลาร์ โดยอ้างถึงกระแสเงินไหลเข้ากองทุน ETF ทองคำในตะวันตกและความต้องการจากธนาคารกลางที่แข็งแกร่ง การพุ่งขึ้นของโลหะมีค่าในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความผันผวนระยะสั้น แต่สะท้อนการหมุนเวียนเงินทุนครั้งใหญ่เข้าสู่สินทรัพย์ที่มีมูลค่าแท้จริง
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
นักวิเคราะห์จาก Saxo Bank ชี้ว่าการใช้ตลาดการเงินเป็นอาวุธโดยประเทศตะวันตก โดยเฉพาะการอายัดสินทรัพย์สำรอง ระบบชำระเงิน และการคว่ำบาตรรัสเซีย กำลังทำลายความไว้วางใจต่อดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลอเมริกัน ส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งซื้อทองคำเป็นสำรองมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ความเปราะบางทางการคลังของสหรัฐฯ ยิ่งเสริมแรงให้แนวคิดนี้ชัดเจนขึ้น เมื่อค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยหนี้สาธารณะสูงกว่างบประมาณกลาโหม นักวิเคราะห์จาก Macquarie มองว่าเงินกลายเป็นทางเลือกป้องกันเงินเฟ้อระดับโลกที่เข้าถึงง่าย เทียบเท่าบิตคอยน์ในสายตานักลงทุนสถาบัน
ความหมายต่อราคาทอง
ตลาดกำลังเปลี่ยนมุมมองจากแนวคิดที่ว่าสินทรัพย์ปลอดความเสี่ยงคือพันธบัตรรัฐบาล ไปสู่ความเข้าใจใหม่ว่า สินทรัพย์ที่ปราศจากคู่สัญญามีคุณค่าจริงในยุคที่โลกแตกแยก และมีการลดการพึ่งพาดอลลาร์ นี่ไม่ใช่เงินเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็นความต้องการระยะยาวจากสถาบันการเงินและนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากหนี้รัฐบาลแบบเดิม
แล้วอะไรต่อ?
ความผันผวนระยะสั้นอาจเกิดจากการขายทำกำไรหลังขาขึ้นแรง แต่แนวรับของทองคำมีความแข็งแกร่งจากการซื้อของธนาคารกลางอย่างต่อเนื่อง ตลาดจับตาว่านโยบายการเงินและภูมิรัฐศาสตร์จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด และธนาคารกลางจะเร่งสะสมทองคำเพิ่มเติมหรือไม่
สำหรับนักลงทุน
การพุ่งขึ้นของโลหะมีค่าในครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของระบบการเงินโลก มากกว่าแค่ความผันผวนระยะสั้น ธนาคารกลางและสถาบันการเงินกำลังปรับพอร์ตเพื่อลดการพึ่งพาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา การถือครองทองคำในระยะยาวอาจเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่สำคัญในยุคที่ความไว้วางใจต่อระบบการเงินแบบเดิมกำลังเปลี่ยนไป

