ตลาดทองคำในประเทศเปิดวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคมด้วยการพุ่งขึ้นแรง 550 บาทในประกาศเปิดตลาดครั้งแรก โดยทองรูปพรรณทะลุระดับ 65,000 บาทไปแตะ 65,350 บาท ขณะที่ทองแท่งอยู่ที่ 64,550 บาท การเพิ่มขึ้นครั้งนี้ต่อเนื่องจากแรงซื้อสะสมในสัปดาห์ที่ผ่านมารวมกันกว่า 1,550 บาท
ภาพรวมตลาด
ทองไทยปรับตัวตามโมเมนตัมตลาดโลกที่แข็งแกร่ง โดยราคา Gold Spot พุ่งสู่ระดับ 4,253 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ Comex Gold ปิดศุกร์ที่ 4,254.90 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ความต้องการในภูมิภาคเอเชียยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากตลาดฮ่องกงเปิดพุ่ง 595 ดอลลาร์ฮ่องกง
อย่างไรก็ตาม ตลาดไทยประสบความผันผวนสูงผิดปกติตลอดทั้งวัน โดยมีการปรับราคาถึง 19-27 ครั้ง และในช่วงบ่ายราคาปรับลดลงจากจุดสูงสุด โดยปิดที่ระดับ 65,050-65,100 บาทสำหรับทองรูปพรรณ และ 64,200-64,300 บาทสำหรับทองแท่ง ลดลงประมาณ 250-350 บาทจากช่วงเช้า
ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอยู่บริเวณ 32.09-32.12 บาทต่อดอลลาร์เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนราคาทองในประเทศให้ปรับตัวตามทองโลกได้เต็มที่ นอกจากนี้ ช่วงไฮซีซั่นท่องเที่ยวและโมเมนตัมการลดดอกเบี้ยของ Fed ยังช่วยเสริมแรงซื้อ
แรงซื้อสะสมจากนักลงทุนไทยที่มองหาสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีอยู่ แต่การปรับฐานในช่วงบ่ายบ่งชี้ถึงแรงขายทำกำไรหลังราคาพุ่งขึ้นแรงในตอนเช้า
ความหมายต่อราคาทอง
การพุ่งขึ้นแรงในวันเดียวสะท้อนว่าตลาดทองไทยยังคงตอบสนองต่อทองโลกได้ดี และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทำให้นักลงทุนไทยต้องจ่ายเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน อย่างไรก็ตาม ความผันผวนสูงและการปรับราคาถี่ผิดปกติบ่งชี้ว่าตลาดยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนและอาจอยู่ในโหมดรอปัจจัยใหม่
แล้วอะไรต่อ?
แนวต้านถัดไปอยู่ที่ระดับ 65,500-66,000 บาท ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ 64,000 บาท ตลาดจะติดตามปัจจัยจากทองโลกและความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจดอกเบี้ยของ Fed
สำหรับนักลงทุน
นักลงทุนระยะยาวอาจพิจารณาสะสมในจังหวะราคาปรับฐาน ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นควรระวังความผันผวนสูงและติดตามการเคลื่อนไหวของทองโลกอย่างใกล้ชิด การปรับราคาถี่ในวันนี้บ่งชี้ว่าตลาดยังไม่มั่นใจในทิศทางระยะสั้น

