กลับไปหน้าข่าวสาร
📈 บวกตลาดโลก

เงินทำสถิติสูงสุดใหม่พุ่ง 95% ในปีนี้ ขับเคลื่อนโดยวิกฤตอุปทานและอุปสงค์เทคโนโลยี

1 ธันวาคม 2568
ลุงดูทอง
8 views
เงินทำสถิติสูงสุดใหม่พุ่ง 95% ในปีนี้ ขับเคลื่อนโดยวิกฤตอุปทานและอุปสงค์เทคโนโลยี

ราคาเงินทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 57.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยปรับตัวขึ้นเกือบ 95% ในปี 2025 เทียบกับทองคำที่ขึ้นแค่ 60-66% การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในตลาดโลหะมีค่า ที่เงินกำลังแย่งบทบาทจากทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่น่าจับตามอง

ภาพรวมตลาด

เงินปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 6-7 ติดต่อกัน และในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาพุ่งขึ้นถึง 40% เทียบกับทองคำที่ขึ้นเพียง 25% ในตลาดอินเดีย ราคาเงินแตะระดับ 1.78 ล้านรูปีต่อกิโลกรัม แสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งทั่วโลก อัตราส่วนราคาทองคำต่อเงิน (Gold/Silver Ratio) ลดลงจาก 100-107:1 ในต้นปีเหลือ 74.6-75:1 ซึ่งยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบศตวรรษที่ 69.4-70:1 บ่งชี้ว่าเงินยังมีพื้นที่ในการปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 7%

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

แรงขับเคลื่อนหลักมาจากวิกฤตอุปทานที่รุนแรง สต็อกเงินในคลังสินค้าที่เชื่อมโยงกับตลาดเซี่ยงไฮ้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 10 ปี ขณะที่จีนส่งออกเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 660+ ตันในเดือนตุลาคม ส่งผลให้เงินไหลออกจากตลาดจีนอย่างมหาศาล ต้นทุนการกู้ยืมเงินระยะ 1 เดือนในลอนดอนยังคงสูง สะท้อนความตึงตัวในตลาดกายภาพที่ยังไม่คลี่คลาย แม้จะมีการนำเข้าเงินเป็นจำนวนสูงสุดในเดือนตุลาคม

ด้านอุปสงค์ เงินได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์ ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบ AI และอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องการคุณสมบัติการนำไฟฟ้าและความร้อนของเงินซึ่งไม่สามารถทดแทนได้ง่าย ตลาดเงินกำลังเปลี่ยนจากภาวะเกินอุปทานไปสู่ภาวะขาดแคลนเชิงโครงสร้าง คาดว่าจะเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน

ความหมายต่อราคาทอง

การทำสถิติสูงสุดใหม่ของเงินส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่านักลงทุนกำลังมองหาโอกาสในโลหะมีค่าที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แม้ทองคำจะยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลัก แต่เงินกำลังดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนที่ต้องการ upside มากกว่า โดยเฉพาะกองทุนที่เน้นสินค้าโภคภัณฑ์และเทคโนโลยี การทะลุระดับสูงสุดเดิมที่ 54.42 ดอลลาร์ทำให้กราฟเทคนิคเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่งขึ้น ดึงดูด speculators เข้าสู่ฝั่ง long position มากขึ้น

แล้วอะไรต่อ?

นักวิเคราะห์จาก Reliance Securities และ Mehta Equities มองว่าเงินจะมีแนวโน้มขาขึ้นแข็งแกร่งกว่าทองคำในปี 2026 โดยตั้งเป้าระยะสั้นที่ 60-62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากโมเมนตัมยังคงแข็งแกร่ง อาจทดสอบระดับ 66-70 ดอลลาร์ในระยะกลาง ตลาดจับตาว่าวิกฤตอุปทานจะคลี่คลายหรือไม่ และอุปสงค์จากภาคเทคโนโลยีจะเติบโตต่อเนื่องแค่ไหน

สำหรับนักลงทุน

เงินกำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แข็งแกร่งกว่าทองคำในระยะนี้ แต่ความผันผวนสูงกว่ามาก นักลงทุนที่สนใจควรพิจารณากลยุทธ์ซื้อในจังหวะที่ราคาปรับตัวลง พร้อมบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตั้ง stop-loss และไม่ลงทุนเกินสัดส่วนที่รับได้